หน้าเว็บ

การอกเสียงพินอิน

1. การออกเสียง 一[yī]  (ปกติเราจะออกเสียงคำนี้เป็นเสียงหนึ่ง)
1.1 การออกเสียง 一 [yī] เป็นเสียงหนึ่ง (第一声/阴平)
  • เมื่ออยู่เดี่ยวๆ  เช่น
    • 一 [yī]
  • เมื่อเป็นลำดับที่ (序数) เช่น
    • 第一 [dì yī]
  • เมื่ออยู่ท้ายประโยค  เช่น
    • 初一 [chū yī]
    • 统一 [tǒng yī]
1.2 การออกเสียง 一 [yí] เป็นเสียงสอง (第二声/阳平)
  • เมื่อวางอยู่หน้าเสียงสี่ (第四声/去声) เช่น
    • 一面 [yí miàn]
    • 一切 [yí qiè]
    • 一个 [yí gè]
1.3 การออกเสียง 一 [yì] เป็นเสียงสี่ (第四声/去声)
  • เมื่อวางอยู่หน้าเสียงหนึ่ง (第一声/阴平), เสียงสอง (第二声/阳平) และเสียงสาม (第三声/上声) เช่น
    • 一般 [yì bān]
    • 一时 [yì shí]
    • 一无所有 [yì wú suǒ yǒu]
1.4 การออกเสียง 一 [yi] เป็นเสียงเบา (轻声)
  • เมื่อวางอยู่ระหว่างคำกริยาซ้ำกันสองตัว เข่น
    • 说一说 [shuō yi shuō]
    • 学一学 [xué yi xué]
    • 看一看 [kàn yi kàn]
    • 找一找 [zhǎo yi zhǎo]
————————————————————-
2. การออกเสียง 不 [bù] (ปกติเราจะออกเสียงนี้เป็นเสียงสี่)
2.1 ออกเสียง 不 [bù] เป็นเสียงสี่ (第四声/去声))
  • เมื่ออยู่เดี่ยวๆ  เช่น
    • 不 [bù] ไม่
  • เมื่อวางอยู่ท้ายประโยค เช่น
    • 可以说“不” [kě yǐ shuō bù]
  • เมื่อวางอยู่หน้าเสียงหนึ่ง (第一声/阴平), เสียงสอง (第二声/阳平) และเสียงสาม (第三声/上声) เช่น
    • 不甘 [bù gān] ไม่ยอม
    • 不行 [bù xíng] ไม่ไ้ด้
    • 不好 [bù hǎo] ไม่ดี
2.3  ออกเสียง 不 [bú] เป็นเสียงสอง (第二声/阳平)
  • เมื่อวางอยู่หน้าเสียงที่สี่ (第四声/去声) เข่น
    • 不对 [bú duì]
    • 不是  [búshì]
    • 不利 [bú lì]
2.4 ออกเสียง 不 [bu] เป็นเสียงเบา (轻声)
  • เมื่อวางอยู่ตรงกลางของสำนวน เช่น
    • 行不行 [xíng bu xíng]
    • 对不起 [duì bu qǐ]
    • 说不完 [shuō bu wán]
    • 走不动 [zǒu bu dòng]  
    • เสริม กฎเหล็กในการใส่เครื่องหมายวรรณยุกต์พินอิน 3 ข้อที่ต้องจำให้ได้
      1. สระเดี่ยวภาษาจีนของเสียงอ่าน มีอยู่ 6 ตัว  a  o e i u ǚ (a ตัวแรกออกเสียงปากกว้างมากที่สุด ไปหาตัวสุดท้าย ǚ ออกเสียงปากเล็กที่สุด) ตัวอย่างเช่น 所以 [suǒyǐ] คำว่า suǒ เราจะใส่วรรณยุกต์บนตัว o เพราะ สระ o อยู่ลำดับก่อนสระ u
      2. เมื่อพินอินมีคำสระ ui หรือ iu อยู่ ให้ใส่วรรณยุกต์บนตัวหลัง เช่น 对[duì] และ  六[liù] จะต้องใส่เสียงอ่านบนตัวหลังของ ui และ iu  สาเหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะว่า ก่่อนที่จะเป็น 对[duì] และ  六[liù] ที่มีพินอิน 3 ตัว สมัยก่อนจะมีพินอินสี่ตัว คือ [duoi] และ [lieu] มาก่อน ซึ่ง[duoi] จะเขียนวรรณยุกต์บนตัว o และ  [lieu] จะเขียนวรรณยุกต์บนตัว e ดังนั้นเมื่อพินอินเหลือ 3 ตัว คำอ่านก็เลยอยู่หลัง i และ u แทน
      3. เมื่ออักษรจีนสองตัวติดกันเป็นเสียง 3 ทั้งคู่ เวลาอ่าน ตัวอักษรตัวแรกจะ่อ่านเป็นเสียง 2 แทน แต่เวลาเขียนวรรณยุกต์ ตัวอักษรจีนตัวแรกก็ยังคงใส่วรรณยุกต์เป็นเสียงเสียงสามเหมือนเดิม เช่น 所以[suǒyǐ]