หน้าเว็บ

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การสอบ HSK แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การสอบ HSK แสดงบทความทั้งหมด

การสอบ HSK


การสอบ HSK หรือ  ในภาษาจีนคือ   汉语水平考试 เป็นการสอบวัดระดับความรู้ความสามารถทางด้าน ภาษาจีน  โดยปกติที่นิยมสอบกันแบ่งเป็น
(ขอขอบคุณ    www.lovechineseclub.com)
 
ระดับพื้นฐาน
การจัดสอบ
จัดสอบปีละ 2 ครั้ง
รายละเอียดการสอบ
ข้อสอบ 140 ข้อ  135 นาที
 -การฟัง     50 ข้อ  35  นาที
-ไวยากรณ์  40 ข้อ  40 นาที
-การอ่าน    50 ข้อ  60 นาที
การประเมินผล
100-154  คะแนน  ระดับ 1 Grade C
155-209  คะแนน  ระดับ 2 Grade B
210-300  คะแนน  ระดับ 3 Grade A
ระดับต้น-กลาง
การจัดสอบ
จัดสอบปีละ 3 ครั้ง
รายละเอียดการสอบ
ข้อสอบ 170 ข้อ  145 นาที
 -การฟัง     50 ข้อ  35  นาที
-ไวยากรณ์  30 ข้อ  20 นาที
-การอ่าน    50 ข้อ  60 นาที
-ภาครวม  40 ข้อ  30 นาที  แบ่งเป็น     
ปรนัย 24 ข้อ  อัตนัย 16 ข้อ

การประเมินผล
152-188  คะแนน  ระดับ 3 Grade C
189-255  คะแนน  ระดับ 4 Grade B
226-262  คะแนน  ระดับ 5 Grade A
263-299  คะแนน  ระดับ 6 Grade C
300-336  คะแนน  ระดับ 7 Grade B
337-400  คะแนน  ระดับ 8 Grade A
ระดับสูง
การจัดสอบ
จัดสอบปีละ 2 ครั้ง
รายละเอียดการสอบ
เวลาสอบทั้งหมด  155 นาที
 -การฟัง    40 ข้อ  25  นาที
-ไวยากรณ์  40 ข้อ  40 นาที
-ภาครวม    40 ข้อ  40 นาที  แบ่งเป็น     
ปรนัย 24 ข้อ  อัตนัย 16 ข้อ
-การเขียน 30 นาที 400-600 ตัวอักษร
-การพูด 20  นาที  แบ่งเป็น เตรียมตัว 10 นาที  และพูดอัดเสียงใส่เทปอีก 10 นาที
การประเมินผล
280-339  คะแนน  ระดับ 9 Grade C
280-339  คะแนน  ระดับ 10 Grade B
280-339  คะแนน  ระดับ 11 Grade A

การเตรียมตัวสอบ HSK

หลายคนที่เคยเรียนภาษาจีนมาสักระยะหนึ่ง  ก็คงอยากทดสอบความรู้ความสามารถด้านภาษาจีนของตนเองว่าอยู่ในระดับใด  ตัวหลีเองก็เคยกังวลเหมือนกันเพราะจากที่เคยได้ฟังคนอื่นๆ บอกมาว่าการสอบนั้นยาก  ก็เลยได้แต่ผัดวันประกันพรุ่งไม่ได้สอบซะที
แต่เมื่อเรียนไปได้นานพอสมควรก็อยากรู้เหมือนกันว่าแท้จริงแล้วเราจะทำได้มากน้อยขนาดไหน  ตอนตัดสินใจสมัครสอบแล้วก็ยังเป็นกังวลอยู่ไม่น้อย  เลยไปหาซื้อหนังสือเกี่ยวกับการสอบ HSK มาดู  โดยควรเลือกแบบที่มีซีดีประกอบการฟังด้วย  เพราะจะทำให้เรารู้ว่าเราฟังออกมากน้อยแค่ไหน 
จากนั้นก็ลองมาฟังแล้วทำข้อสอบดู  ฟังก็ไม่ออก  ไวยากรณ์ก็อ่อน  อ่านก็แย่  เติมคำก็ไม่ได้  เหตุเพราะศัพท์ที่เรารู้นั้น  แม้จะได้ในระดับหนึ่งแต่ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับข้อสอบเลย  ก็เลยดูเหมือนว่าข้อสอบนั้นยากไปสำหรับเรา  ก็เลยต้องฟังสองสามรอบถึงพอเข้าใจได้  แล้วก็ลองหาคำศัพท์เกี่ยวกับเรื่องที่อ่านดูก็พอรู้เรื่องขึ้นมาบ้าง
ส่วนการเติมคำนั้นดูเหมือนจะเป็นเรื่องยากที่สุดสำหรับเราเลย  เพราะบางครั้งถึงแม้จะรู้ว่าควรเติมอะไร  แต่ถ้าเขียนไม่ได้ก็จบกัน  อดได้คะแนนไปเลย
ฉะนั้นก็เลยอยากฝากให้คนที่จะสอบ HSK เตรียมตัวกันเยอะๆ  ถ้าอยากให้คะแนนออกมาดี  แล้วถ้ายิ่งอยากได้ระดับสูง  ก็ต้องทำให้คะแนนทุกส่วนสัมพันธ์กัน  คือคะแนนที่ได้ในแต่ละส่วนต้องออกมาพอๆ  กันด้วยถึงจะได้ระดับออกมาดี  ไม่ใช่แค่ว่าได้คะแนนมากอย่างเดียว  เพราะคะแนนบางส่วนที่ได้น้อยก็อาจฉุดให้เราอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าเกณฑ์ได้
ขอสรุปเลยล่ะกันนะค่ะว่าควรเตรียมตัวในการสอบ HSK อย่างไรบ้าง  เผื่อจะมีประโยชน์สำหรับผู้ที่กำลังจะสอบ
ต้องฝึกฟังมากๆ  ยิ่งมากเท่าไหร่ยิ่งดี  เพราะจะทำให้เราฟังรู้เรื่องมากขึ้น  แถมได้คำศัพท์เพิ่มเติมอีกด้วย  ยิ่งฟังเยอะยิ่งได้เยอะค่ะ  เพราะเราไม่รู้ว่าข้อสอบจะออกอะไรบ้าง  แต่ก็พอหาแนวข้อสอบเก่าๆ มาลองฟังดูได้
ต้องเรียนรู้วิธีการใช้ไวยากรณ์ว่าใช้อย่างไรบ้าง  ควรวางในตำแหน่งใด  เพราะในบางครั้งเราไม่จำเป็นต้องรู้คำศัพท์หมดทุกคำ  แต่เรารู้ว่าควรวางในตำแหน่งใด  เราก็สามารถทำข้อสอบได้ค่ะ
ในเรื่องของการอ่าน  ก็ต้องหัดอ่านให้เยอะๆ  เพื่อเก็บคำศัพท์ไว้ในคลังสมองของเรา  ยิ่งเยอะก็ยิ่งดีอีกเช่นกัน  เพราะจะทำให้เราอ่านรู้เรื่อง  สามารถจับใจความได้  แต่โดยส่วนตัวแล้วเวลาทำข้อสอบในส่วนนี้จะอ่านคำถามก่อนว่าข้อสอบถามอะไร  แล้วจึงไปหาคำตอบในเรื่องที่อ่าน  เพราะจะช่วยประหยัดเวลาได้  โดยเราไม่ต้องอ่านเนื้อเรื่องทั้งหมดก็ได้
ส่วนเรื่องการเติมคำนั้น  โดยส่วนตัวคิดว่าส่วนนี้แหละที่ยากที่สุดเลย  เพราะไม่มีอะไรมาให้เราเลือก  บางครั้งจึงต้องอาศัยการเดา  แถมยังต้องให้เราเขียนอีก  บางครั้งรู้คำตอบก็ไม่รู้เขียนยังไง   แต่ตอนสอบก็ลองหาจากข้อสอบดูเพราะบางครั้งก็มีตัวที่เราต้องการเขียนอยู่เหมือนกัน
ก่อนเข้าห้องสอบก็ควรเตรียมการให้พร้อมเช่นกันนะค่ะ  เพราะอาจเกิดการตื่นเต้นได้  ตอนที่หลีสอบนั้นสอบที่จีน  แต่คิดว่าน่าจะคล้ายๆ กัน  คือ  ต้องเตรียมดินสอสองบี  ยางลบ ใบสมัครสอบที่ระบุเลขประจำตัวผู้สอบ  (ถ้าสอบในจีนก็ต้องเตรียมพาสปอร์ตไว้ด้วยค่ะ  เพราะบางทีเค้าอาจขอตรวจ) 
เวลาสอบเราต้องทำข้อสอบในแต่ละส่วนอย่างรวดเร็วมาก  เพราะเมื่อเวลาในส่วนใดหมดลงแล้วก็ไม่สามารถย้อนกลับมาทำได้  เวลาฟังเราต้องมีสมาธิ  พอฟังจบก็ต้องรีบตอบทันที  ถ้าเราฟังไม่ทันก็รีบเดาในข้อนั้นๆ เลย  อย่ามัวแต่จดจ่ออยู่แค่ข้อนั้น  เพราะจะทำให้เสียสมาธิในการฟังคำถามในข้อต่อไป
ในส่วนของไวยากรณ์  การอ่าน  และเติมคำ  ก็ต้องทำอย่างด่วนจี๋ไปรษณีย์จ๋าเลยจริงๆ  เพราะเวลาที่ให้สำหรับเราแล้วรู้สึกว่าน้อยมาก  ทำไม่ทันเลย  โดยเฉพาะในส่วนของการอ่าน  เพราะบางเรื่องก็ยาวจริงๆ 
สิ่งที่อยากจะบอกกับเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ  ก็มีเท่านี้แหละค่ะ  เพราะเราก็เป็นแค่เพียงคนหนึ่งที่เคยสอบมาก่อนก็เท่านั้น  เลยอยากนำมาเล่าให้ฟัง  เผื่อจะเป็นประโยชน์กับใครๆ ได้บ้าง  แม้เพียงน้อยนิดเราก็รู้สึกดีใจแล้ว
สุดท้ายก็ขอให้ผู้ที่กำลังจะสอบ  หรือได้สอบไปแล้วก็ตาม  ได้คะแนนเยอะๆ  ระดับสูงๆ  ตามที่ใจปรารถนากันทุกคนเลยนะค่ะ

ประสบการณ์การสอบ HSK

ก่อนตัดสินใจที่จะสอบ HSK  นั้นก็คิดอยู่นานพอสมควร  เพราะค่าสอบก็ไม่ได้ถูกๆ  ดังนั้นเมื่อสมัครไปแล้วในใจก็มีความรู้สึกเสียดายเงินอยู่นิดๆ  จึงตั้งใจอ่านหนังสือ  โดยหาตำราเกี่ยวกับการสอบ HSK มาอ่าน  นึกว่าจะตั้งใจได้นาน  แต่นิสัยขี้เกียจก็มารุมเร้า  เลยตั้งใจได้แค่อาทิตย์เดียว  แล้วก็ปล่อยเลยตามเลย
การสอบ HSK  นั้นความยากอยู่ตรงที่  เราจะต้องสอบในแต่ละส่วนให้อยู่ในระดับเดียวกัน  หรือใกล้เคียงกัน  ไม่เช่นนั้นแล้วคะแนนที่ไม่ดี  อาจจะฉุดให้เราอยู่ในระดับต่ำกว่าที่ควรจะได้รับ  ฉะนั้นไม่ว่าจะเป็น การฟัง  ไวยากรณ์ภาษาจีน  การอ่าน  และภาครวม  เราจะต้องให้ได้ระดับคะแนนตามที่กำหนดดังนี้  (ขอเริ่มจากระดับ 3 ถึงระดับ 8 นะค่ะ)

ระดับ HSK
การฟัง
ไวยากรณ์
การอ่าน
ภาครวม
คะแนนรวม
3
38-46
37-45
39-47
37-45
152-188
4
47-55
46-54
48-56
46-54
189-225
5
56-64
55-63
57-65
55-63
226-262
6
65-73
64-72
66-74
64-72
263-299
7
74-82
73-81
75-83
73-81
300-336
8
83-100
82-100
84-100
82-100
337-400
ใครที่อยากจะสอบ  ก็คอยเตรียมความพร้อม  โดยการสะสมคำศัพท์ไว้เยอะๆ  รวมทั้งหัดฟัง  และก็ศึกษาเรื่องไวยากรณ์ภาษาจีน  ไว้เสียแต่เนิ่นๆ ก็ดีค่ะ

การสอบ HSK ระบบใหม่

การสอบวัดระดับความรู้ภาษาจีน (HSK) ระบบใหม่
การสอบวัดระดับความรู้ภาษาจีน (HSK) ระบบใหม่ แบ่งเป็น 2 รูปแบบ  คือ
1.      การสอบข้อเขียน แบ่งเป็น 6 ระดับ คือ ระดับ 1- ระดับ 6
2.      การสอบพูด แบ่งเป็น 3 ระดับ คือ ระดับต้น, ระดับกลาง และระดับสูง
การสอบข้อเขียน
การสอบพูด
HSK - Level 1
HSK (Elementary)
HSK - Level 2
HSK - Level 3
HSK (Intermediate)
HSK - Level 4
HSK - Level 5
HSK (Advanced)
HSK - Level 6

การสอบข้อเขียน (ระดับ 1- ระดับ 6)
ระดับ 1 เหมาะสำหรับผู้เข้าใจคำศัพท์และประโยคง่ายๆ รู้คำศัพท์ประมาณ 150 คำ
ระดับ 2 เหมาะสำหรับผู้ที่ใช้ประโยคภาษาจีนง่ายๆ สามารถสื่อสารในชีวิตประจำวันได้บ้าง รู้คำศัพท์ประมาณ 300 คำ
ระดับ 3 เหมาะสำหรับผู้ที่ใช้ภาษาจีนสื่อสารในชีวิตประจำวัน การเรียน การทำงานได้ รู้คำศัพท์ประมาณ 600 คำ
ระดับ 4 เหมาะสำหรับผู้ที่ใช้ภาษาจีนในระดับที่สามารถสื่อสารกับเจ้าของภาษาได้ รู้คำศัพท์ประมาณ 1,200 คำ
ระดับ 5 เหมาะสำหรับผู้ที่สามารถใช้ภาษาจีนในการอ่านนิตยสาร หนังสือพิมพ์ ดูรายการโทรทัศน์ของประเทศจีนเข้าใจ สามารถกล่าวสุนทรพจน์ภาษาจีนได้ รู้คำศัพท์ประมาณ 2,500 คำ
ระดับ 6 เหมาะสาหรับผู้ที่อ่านและฟังข่าวสารภาษาจีนในระดับที่ยากเข้าใจ สามารถใช้ภาษาจีนในการถ่ายทอดความคิด ความรู้สึกต่างๆ ของตนได้ทั้งการพูดและการเขียน รู้คำศัพท์ประมาณ 5,000 คำ
การสอบพูด (ระดับต้น, ระดับกลาง และระดับสูง)
การสอบวัดระดับความรู้ภาษาจีน (HSK) ระบบใหม่ จะไม่มีการสอบพูดรวมอยู่ในการสอบข้อเขียนเหมือนกับการสอบระดับสูงในระบบเดิม และจะใช้วิธีการบันทึกเสียงในการสอบ
ระดับต้น เหมาะสาหรับผู้ที่สอบข้อเขียน ระดับ 1 และระดับ 2
ระดับกลาง เหมาะสาหรับผู้ที่สอบข้อเขียน ระดับ 3 และระดับ 4
ระดับสูง เหมาะสาหรับผู้ที่สอบข้อเขียน ระดับ 5 และระดับ 6
ความต่างระหว่างการสอบ HSK  ระบบเก่า  กับ  HSK ระบบใหม่
HSK  ระบบเก่า 
HSK ระบบใหม่
การทดสอบความรู้ภาษาจีนเบื้องต้น  (ระดับ 1-3)
HSK - Level 1
HSK - Level 2
HSK - Level 3
การทดสอบความรู้ภาษาจีนระดับพื้นฐาน  (ระดับ 4-6)
HSK - Level 4
การทดสอบความรู้ภาษาจีนระดับต้น-กลาง  (ระดับ 7-8)
HSK - Level 5
การทดสอบความรู้ภาษาจีนระดับสูง  (ระดับ 9-11)
HSK - Level 6

ข้อสอบ  HSK  ในแต่ละระดับ
ระดับ
จำนวนข้อสอบ
ฟัง
อ่าน
เวลาในการสอบ
1
40 ข้อ
20 ข้อ
20 ข้อ
40 นาที
2
60 ข้อ
35 ข้อ
25 ข้อ
55 นาที

ระดับ
จำนวนข้อสอบ
ฟัง
อ่าน
เขียน
เวลาในการสอบ
3
80 ข้อ
40 ข้อ
30 ข้อ
10 ข้อ
90 นาที
4
100 ข้อ
45 ข้อ
40 ข้อ
15 ข้อ
105 นาที
5
100 ข้อ
45 ข้อ
45 ข้อ
10 ข้อ
125 นาที
6
101 ข้อ
50 ข้อ
50 ข้อ
1 ข้อ
140 นาที

เกณฑ์การให้คะแนน
ระบบใหม่ จะให้ประกาศนียบัตรตามระดับที่เราเลือกสมัครสอบ คะเเนนจะมีเเค่ สอบผ่าน合格  กับ  “ดีเยี่ยม优秀
ระดับ 1-2 
คะแนนเต็มหัวข้อละ 100 คะแนน คะแนนรวม 120 จากคะแนนเต็ม 200 ถือว่าสอบผ่าน
ระดับ 3-6  คะแนนเต็มหัวข้อละ 100 คะแนน คะแนนรวม 180 จากคะแนนเต็ม 300 ถือว่าสอบผ่าน
ค่าใช้จ่ายในการสมัครสอบ HSK แต่ละระดับในไทย
ระดับ 1     500 บาท
ระดับ 2     600 บาท
ระดับ 3      700 บาท
ระดับ 4      800 บาท
ระดับ 5      1,000 บาท
ระดับ 6      1,200 บาท

ที่มา  :  สถาบันขงจื้อจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย